ตรวจไฟฟ้าประจําปี ต้องตรวจอะไรบ้าง
ตรวจสอบรับรองความปลอดภัยระบบไฟฟ้าประจำปี (กระทรวงอุตสาหกรรม)
กฎกระทรวง "กำหนดมาตรการความปลอดภัยเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าในโรงงาน พ.ศ. 2550"
"การตรวจสอบระบบไฟฟ้าในโรงงาน" หมายความว่า การตรวจสอบ การทดสอบ การตรวจทดสอบ การศึกษาหรือค้นคว้า การวิเคราะห์ การหาข้อมูลหรือสถิติต่างๆ เพื่อเป็นหลักเกณฑ์หรือเป็นประโยชน์ประกอบการพิจารณาด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับการผลิต การส่งหรือเพื่อส่ง การจ่ายหรือเพื่อจ่าย การใช้หรือการซ่อมระบบไฟฟ้าในโรงงาน
ข้อ ๕ ผู้ประกอบกิจการโรงงานต้องจัดให้มีการตรวจสอบระบบไฟฟ้าในโรงงานและรับรองความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าในโรงงานเป็นประจำทุกปีโดยวิศวกรหรือบุคคลอื่นที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยการตรวจสอบและรับรองดังกล่าวต้องจัดให้มีเอกสารเป็นหลักฐาน
ตรวจสอบรับรองความปลอดภัย ระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้า (กระทรวงแรงงาน)
กฎกระทรวง "กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558"
ข้อ ๑๒ นายจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบและจัดให้มีการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย และให้บุคคลที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรา ๙ หรือนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นผู้จัดทำบันทึกผลการตรวจสอบและรับรองไว้ เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบ
ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดทำบันทึกผลการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้า
ข้อ ๒ ให้นายจ้างจัดให้มีการตรวจสอบและจัดให้มีการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าของสถานประกอบกิจการเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และจัดทำบันทึกผลการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้า
ข้อ ๓ ให้นายจ้างแจ้งผลการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยในเขตพื้นที่รับผิดชอบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ตรวจสอบ
การตรวจไฟฟ้าประจำปี ต้องตรวจอะไรบ้าง
สามารถแบ่งการตรวจสอบออกเป็น 2 ส่วนคือ การตรวจสอบทั่วไป และการตรวจสอบตัวอุปกรณ์แต่ละรายการ
1. การตรวจสอบทั่วไป
การตรวจสอบในขั้นตอนนี้ เป็นการตรวจสภาพทั่วไปของระบบไฟฟ้า เป็นการตรวจอย่างง่าย อย่างไรก็ตาม ผู้ตรวจสอบต้องเป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับอันตรายจากไฟฟ้าและการป้องกันเป็นอย่างดี การสัมผัสส่วนใดๆ ต้องมั่นใจว่าไม่มีไฟฟ้าหรือมีการป้องกันอย่างเหมาะสมแล้ว การตรวจทั่วไปมีดังนี้
- สายไฟฟ้า
- เซอร์กิตเบรกเกอร์
- ขั้วต่อหรือจุดต่อสาย
- การระบายอากาศในห้องไฟฟ้า
- การระบายอากาศและท่อไอเสียสำหรับห้องเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
- แบตเตอรี่
- Single Line Diagram (แบบแผนผังระบบไฟฟ้า)
- ระบบสายดินและหลักดิน
- ป้ายเตือนอันตรายและป้ายบอกขนาดอุปกรณ์
- ระบบป้องกันฟ้าผ่า (ถ้ามี)
2. การตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า
เป็นการตรวจสอบที่ตัวอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อหาจุดบกพร่อง การเสื่อมสภาพ ความผิดปกติ และอื่นๆ ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยี Thermo Scan (การถ่ายภาพความร้อนด้วยกล้องอินฟราเรด) มาใช้ในการตรวจสอบระบบไฟฟ้า เพื่อวิเคราะห์จุดร้อนผิดปกติของอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยไม่ต้องตัดกระแสไฟฟ้า อุปกรณ์ที่ควรตรวจสอบมีดังนี้
2.1 หม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง
การตรวจสอบหม้อแปลงไฟฟ้า ประกอบด้วย
- 2.1.1 ตัวถังหม้อแปลง
- 2.1.2 การต่อลงดินของส่วนที่เป็นโลหะเปิดโล่ง
- 2.1.3 สารดูดความชื้น
- 2.1.4 ป้ายเตือนอันตราย
- 2.1.5 พื้นลานหม้อแปลง
- 2.1.6 เสาหม้อแปลง
- 2.1.7 การปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติม หรือซ่อมบำรุง
- 2.1.8 ตรวจสภาพหม้อแปลงและการติดตั้งอื่น
- 2.1.9 ระดับน้ำมันหม้อแปลง (Oil Level) และคุณภาพน้ำมัน
- 2.1.10 ตรวจสอบด้วย Thermo Scan เพื่อหาจุดร้อนผิดปกติ
2.2 ตู้เมนสวิตช์ (MDB - Main Distribution Board)
การตรวจสอบตู้เมนสวิตช์หรือตู้สวิตช์ประธาน ประกอบด้วย
- 2.2.1 สภาพของระบบสายดินและการต่อหลักดิน
- 2.2.2 บริเวณโดยรอบตู้และตัวตู้ (พื้นที่ว่าง, เส้นทางเข้าปฏิบัติงาน, วัสดุติดไฟ, ฝุ่น หยากไย่)
- 2.2.3 ความผิดปกติทางกายภาพ
- 2.2.4 การปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติม หรือซ่อมบำรุง
- 2.2.5 การตรวจอื่นๆ (เครื่องวัด, หลอดไฟแสดงสถานะ)
- 2.2.6 ตรวจสอบ Power Factor และ Load Balance ของระบบ
- 2.2.7 ตรวจสอบด้วย Thermo Scan
2.3 แผงย่อย (Sub Distribution Board - DB)
การตรวจสภาพแผงย่อย (panel board) เป็นการตรวจสอบทั้งบริเวณการติดตั้งในพื้นที่ทั่วไป และพื้นที่ที่มีสารไวไฟ
- 2.3.1 ระบบต่อลงดิน
- 2.3.2 บริเวณโดยรอบ
- 2.3.3 การปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติม หรือซ่อมบำรุง
- 2.3.4 การตรวจอื่นๆ (เช่นเดียวกับตู้เมนสวิตช์)
2.4 สภาพอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ
การตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ โดยเฉพาะในพื้นที่อันตราย หรือพื้นที่จัดเก็บวัสดุติดไฟ
- 2.4.1 พื้นที่ติดตั้ง
- 2.4.2 สภาพของอุปกรณ์และการต่อสายไฟฟ้า
- 2.4.3 บริเวณโดยรอบอุปกรณ์
- 2.4.4 การปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติม หรือซ่อมบำรุง
- 2.4.5 การตรวจอื่นๆ (เช่น การป้องกันการสัมผัสส่วนที่มีไฟฟ้า, การต่อลงดิน)
2.5 โคมไฟ หลอดไฟ และระบบไฟฟ้าแสงสว่าง
- 2.5.1 การติดตั้งและโครงสร้างของโคมไฟ
- 2.5.2 หลอดไฟและขั้วหลอด
- 2.5.3 สายป้อน สายวงจรย่อย และสวิตช์ตัดตอน
- 2.5.4 การปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติม หรือซ่อม
- 2.5.5 การตรวจอื่นๆ
2.6 ระบบ UPS และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง (Generator)
- ตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่ UPS
- ตรวจสอบระบบการทำงานอัตโนมัติเมื่อไฟดับ (Auto Transfer Switch - ATS)
- ทดสอบการทำงานจริงของ Generator
2.7 ระบบสายดิน (Grounding System)
- วัดค่าความต้านทานการต่อลงดิน ต้องไม่เกิน 5 โอห์ม (ตามมาตรฐาน วสท.)
- ตรวจสอบสภาพหลักดิน (Ground Rod)
- ตรวจสอบสายต่อลงดินตลอดระบบ
หมายเหตุ: ผู้ทำการตรวจสอบและรับรองต้องเป็นวิศวกรไฟฟ้าที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม หรือนิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554



